• รับออกแบบเว็บไซต์
  • :
  • ออกแบบงานกราฟิก
  • :
  • รับจัดทำ SEO
086.323.9768
16 Jun

10 กฎเหล็ก Social Media Marketing ที่คุณจะพลาดไม่ได้

10-กฎเหล็ก-Social-Media-Marketing-ที่คุณจะพลาดไม่ได้-blog-post

10 กฎเหล็ก Social Media Marketing ที่คุณจะพลาดไม่ได้

พลังของเนื้อหาและการทำการตลาด social media สามารถช่วยยกระดับผู้ชมและฐานลูกค้าของคุณได้อย่างน่าทึ่ง แต่การเริ่มต้นโดยไม่มีประสบการณ์มาก่อนหรือข้อมูลเชิงลึกอาจเป็นสิ่งที่ท้าทายได้ มันเป็นสิ่งสำคัญมากที่คุณต้องทำความเข้าใจพื้นฐานการตลาดของ social media โดยเริ่มจากการเพิ่มคุณค่าให้กับสื่อออนไลน์ของคุณ

กฎเหล็ก 10 ข้อต่อไปนี้สามารถช่วยสร้างรากฐานที่สำคัญในการให้บริการลูกค้าของคุณและ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือแบรนด์ของคุณมีจุดยืนที่ชัดเจนนั่นเอง ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านดูกันเลยค่ะ

1. กฎของการฟัง

การที่จะประสบความสำเร็จกับการตลาดบน social media และ การสร้างเนื้อหาต่างๆออกไปนั้น ต้องฟังให้มากขึ้นและพูดให้น้อยลง อ่านข้อมูลต่างๆออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายของคุณหรืออาจจะเข้าร่วมการสนทนาในกลุ่มด้วยก็ได้ เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญกับพวกเขา เท่านั้นแล้วคุณก็สามารถสร้างเนื้อหาและจุดประกายการสนทนาที่เพิ่มคุณค่าได้อย่างง่ายดาย เอาใจเขามาใส่ใจเราโดยเริ่มจากการฟัง

2. กฎของการโฟกัส

การโฟกัส และ ชำนาญด้านใดด้านหนึ่งจะดีกว่าการอ้างตนชำนาญในทุกๆด้าน บนโลก social media มีการแข่งขันสูง หากคุณสร้างแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งในด้านใดด้านหนึ่ง คุณจะมีโอกาสที่ดีกว่าแบรนด์ที่สร้างกลยุทธ์ในวงกว้างและพยายามที่จะเป็นทุกสิ่งสำหรับทุกคน

3. กฎของคุณภาพ

แน่นอนอยู่แล้วว่าคุณภาพย่อมสำคัญกว่าปริมาณ หากคุณมีผู้คนกดไลค์ ติดตามคุณจำนวนน้อย แต่มีการพูดคุยกับคุณ มีการสนทนาอยู่กันเป็นประจำ ย่อมต้องดีกว่าคุณมีผู้ติดตามเป็นหมื่นเป็นแสน และค่อยๆจางหายไป ฉะนั้นหากต้องการผู้ติดตามที่มีคุณภาพ ส่ิงที่คุณแชร์บนโลก social media ของคุณต้องมีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อพวกเขาด้วย คุณถึงจะดึงดูดผู้คนเหล่านั้นเข้ามา และอยู่กับคุณนานๆ

4. กฎของความอดทน

ความสำเร็จของการทำการตลาด social media ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องรอมันเป็นปีๆ Social media สามารถให้ประโยชน์ต่อคุณได้อย่างน่าทึ่งทั้งระยะสั้นและยาวหากคุณรู้จักวางกลยุทธ์ได้อย่างถูกต้อง สิ่งที่สำคัญของ social media คือความสม่ำเสมอ คุณต้องมีความสม่ำเสมอในการแชร์ประสบการณ์ หรือความรู้ต่างๆให้กับกลุ่มเป้าหมายของคุณอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้พวกเขาเหล่านั้นจางหายไป

5. กฎของการผสมผสาน

หากคุณเผยแพร่สื่อที่น่าตื่นตาตื่นใจเนื้อหาที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างฐานผู้ชมที่มีคุณภาพบนโลกออนไลน์ของคุณแล้ว ผู้ติดตามของคุณเหล่านั้นก็จะแบ่งปันสื่อที่มีคุณภาพของคุณไปยัง social media ใน platform อื่นๆของพวกเขาด้วย เช่น twitter facebook Instagram Linkedin เป็นต้น ซึ่งด้วยวิธีนี้เองทำให้เนื้อหาของคุณเข้าสู่การเชื่อมโยงเข้ากับเครื่องมือการค้นหาเช่น google จาก keywords ต่างๆที่คุณได้ลงไว้ ซึ่งสามารถทำให้คุณเติบโตถึงร้อยเท่าพันเท่า จากหลายๆทางนั่นเอง

6. กฎของอิทธิพล

คุณควรใช้เวลาในการหาผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ที่มีผู้ติดตามที่มีคุณภาพและมีแนวโน้มที่จะมีความสนใจในผลิตภัณฑ์และบริการของคุณ เชื่อมต่อกับบุคคลเหล่านั้นและสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขา

ถ้าคุณอยู่กลุ่มพวกเขาเหล่านั้นแล้ว และคุณมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาแล้วล่ะก็ พวกเขาเหล่านั้นจะแบ่งปันเนื้อหาของคุณซึ่งจะทำให้คุณและธุรกิจของคุณเข้าไปสู่ตลาดที่มีผู้ติดตามจำนวนมากอย่างเหลือเชื่อ 

7. กฎของคุณค่าและราคา

พยายามอย่าใช้เวลาที่จะขายสินค้าและบริการของคุณบน social media อย่างเดียว เพราะมันจะทำให้ผู้ติดตามของคุณเลิกติดตามคุณไปอย่างง่ายดาย จงใช้เวลากับการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายของคุณเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันในระยะยาว เมื่อถึงเวลาพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นกลุ่มที่สร้างการตลาดที่มีพลังในตัวให้คุณเองเช่น ปากต่อปาก หรือภาษาอังกฤษที่เรียกว่า word-of-mouth เป็นต้น

8. กฎของการรับรู้

ในโลกของความจริงหากมีลูกค้าเข้าหาคุณถึงที่ คุณจะให้ความสนใจพวกเขาอย่างเต็มที่ บนโลกออนไลน์ก็เช่นกัน คุณควรให้ความสนใจผู้คนที่เข้าถึงคุณเหล่านั้นอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี และเป็นส่วนสำคัญอย่างมากของการทำการตลาดออนไลน์ให้ประสบผลสำเร็จ ดังนั้นคุณควรให้ความสนใจพวกเขา 100% หากมีคนเข้ามาทักทาย ถามคำถาม หรือวาง comment ให้กับคุณ คุณควรตอบพวกเขาอย่างไม่รีรอ

9. กฎของการเข้าถึง

อย่าพยายามเผยแพร่เนื้อหาของคุณแล้วก็หายไป คุณควรทำให้ผู้ติดตามของคุณเหล่านั้นทราบว่าคุณอยู่เพื่อเขาตลอด นั่นหมายความว่าคุณจะต้องเผยแพร่เนื้อหาอย่างต่อเนื่องและมีส่วนร่วมในการสนทนา ผู้ติดตามออนไลน์จะไม่มีความแน่นอและพวกเขาจะไม่ลังเลเลยที่จะเปลี่ยนคุณเป็นคนอื่นถ้าคุณหายไปเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน

10. กฎของการแลกเปลี่ยน

คุณไม่สามารถคาดหวังว่าคนอื่นจะแบ่งปันเนื้อหาของคุณและพูดคุยเกี่ยวกับคุณได้ถ้าคุณไม่ทำเช่นเดียวกันให้กับพวกเขา ดังนั้นคุณควรแบ่งปันเวลาส่วนหนึ่งที่คุณใช้บนโลกออนไลน์ โดยมุ่งเน้นไปที่การแบ่งปันและพูดคุยเกี่ยวกับเนื้อหาที่เผยแพร่โดยคนอื่นนั่นเอง

ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่าน 10 กฎเหล็ก Social Media Marketing ที่คุณจะพลาดไม่ได้  ของเราคะ หากคุณสนใจสามารถอ่าน blog เพิ่มเติมของเราได้ที่ http://goo.gl/ntHLS5

หรือติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาฟรีได้ตามข้อมูลด้านล่างค่ะ

ธมนพรรฑ์ วงศ์วิลาศชัย

Online Marketing Consultant

+66(0)83.686.339

www.glypt.co.th

Share this
04 Apr

7 สุดยอดวิธีการทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ

7 สุดยอดวิธีการทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ

หากคุณเปิดอ่านบทความนี้นั่นหมายถึง คุณต้องการมีเว็บไซต์ หรือ มีอยู่แล้ว และกำลังปรับปรุง หรือ กำลังจะเปิดตัวเว็บของคุณใช่ไหมล่ะคะ ถ้าใช่อ่านต่อเลย ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร แชร์บทความนี้ไปให้คนที่คุณคิดว่าใช่เนอะ ได้บุญด้วยนะ 🙂

ธุรกิจออนไลน์เปิดโอกาสและเปิดโลกทัศน์ให้คุณเป็นนักธุรกิจจากที่ไหนก็ได้ มันเปิดประตูไปสู่โลกกว้าง กว้างกว่าประตูบ้านเรา กว้างกว่าประตูสำนักงาน กว้างกว่าประเทศไทย กว้างกว่าทวีปเอเชีย .... พลังของยุค internet ไม่มีขอบเขต ไม่หวงห้าม ใครจะเริ่มก็ได้ เปิดโอกาสให้กับชีวิตคุณอย่างน่าทึ่ง ในขณะที่ราคาต้นทุนก็ไม่สูงเหมือนสมัยพ่อแม่ของเรายังสาวยังหนุ่มกัน

แต่มีข้อแม้ข้อเดียวคะ....ข้อเดียวเท่านั้น...สองข้อก็ได้^^  คือคุณต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ลึกเข้าไปถึงสมองเซลส่วนในเลยคะว่า "ใครเป็นลูกค้าลูกค้าเป้าหมาย" ของคุณ และธุรกิจของคุณจะให้บริการพวกเขาเหล่านั้นอย่างไร

และแล้วก็เข้าเรื่อง อาวุธในการหากินบนโลกอินเตอร์เนท ก็คงหนีไม่พ้น "Website" สินะ ใช่คะ Website เว็บที่เป็นเครื่องมือหากินคู่กาย ที่ต้องติดตัวคุณไปตลอด ไม่ว่าคุณจะย้ายที่ทำงาน จากหน้าปากซอย ไปท้ายซอย  คุณก็ต้องมีอาวุธหากินของคุณ

และไม่ว่าคุณจะเป็นนักโค๊ดสุดยอดเก่ง หรือจ้างเขามาทำ สิ่งต่อไปนี้เป็นคีย์ 7 สุดยอดวิธีการทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ  สำคัญที่คุณต้องมีเลย มันเป็น standard เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับธุรกิจออนไลน์ที่สามารถส่งความสำเร็จบนโลกใบใหญ่ใบนี้ให้กับคุณได้เลย หากอ่านแล้วคุณอาจต้องกลับไปนั่งคิด นอนคิดเลยล่ะคะว่าเราได้มีจัดการเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามนี้หรือยัง มาเร่ิมกันเลยดีกว่า

 

(1) เข้าใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

  • ก่อนที่จะเริ่มทำเว็บไซต์ให้บริการอะไรก็แล้วแต่ คุณต้องทำค่ะทำ ทำ research คะคุณขา หากคุณไม่มีเวลา จ้างคนข้างบ้านก็ได้ ใครก็ได้ แต่ต้องทำ เพราะมันสามารถบอกจุดแข็งจุดด้อยของธุรกิจเราได้ไงล่ะ การทำวิจัยการตลาดทำให้เราค้นพบว่าใครคือลูกค้าของคุณ ปกติเขาซื้อของที่ไหน และอย่างไร  เขาซื้อในราคาเท่าไร อะไรแบบนี้เป็นต้น และที่สำคัญข้อมูลเหล่านี้ มันทำให้คุณได้เปรียบจากคู่แข่งขันด้วยล่ะค่า
  • หากมีโอกาส เลิกงามยามดี คุณก็ต้องลงไปคุยกับลูกค้าโดยตรงบ้างไรบ้าง ไม่ใช่ให้ sales ผู้ช่วย หรือ เลขาเผชิญหน้ากับลูกค้าอย่างเดียว ไปเผชิญกับลูกค้าโดยตรงบ้าง ไม่ต้องไปเคาะประตูเขาถึงบ้านนะคะ เดี๋ยวเขาไล่กลับมาไม่ทัน คุณก็ใช้ chat online, social media, line อะไรพวกนี้ และฟังพวกเขาเหล่านั้นคะว่าสินค้าและบริการของคุณเป็นอย่างไร มีอะไรตรงไหนต้องปรับปรุงบ้าง การฟังจากพวกเขาด้วยตนเอง มันทำให้เราเข้าใจมากกว่าทีมงานมาแปลต่อให้คุณอีกที  และที่สำคัญคุณต้องนำข้อวิจารณ์เหล่านั้นไปปรับปรุงบ้างนะคะ ถ้าคุณดูแล้วว่าเออจริงอย่างที่เขาพูด  แต่ถ้าเขาต้องการให้คุณเปลี่ยนจาก McDonald ไปเป็น PizzaHut แบบนี้ก็ไม่ต้องเก็บมาคิดเลยค่ะ

 

(2) แก้ปัญหาลูกค้า

  • ธุรกิจของคุณแก้ปัญหาลูกค้าได้หรือเปล่า ถามตัวเองก่อนเลย และถามคนอื่นด้วย และบริการคุณสามารถทำตามที่ลูกค้าแต่ละคนต้องการได้ไหม และเว็บไซต์ของคุณสามารถเสนอบริการอื่นที่ใกล้เคียง ได้หรือไม่
  • แล้วก็อย่าลืมแจ้งที่ไหนสักแห่งบนเว็บ อธิบายเขาเป็นข้อๆเลยคะว่าอะไร และทำไม สินค้าและบริการของคุณจึงเหนือกว่าที่อื่น เหนือกว่าคู่แข่งขัน เหนือกว่าที่ไหนใดๆในสามโลก แจงออกมาเลยไม่ต้องอายค่ะ
  • หากสินค้าคุณต้องมีการจัดส่ง รายละเอียดต้องชัดเจน ราคาเท่าไรอย่างไร ไม่ต้องเม้ม เพราะธุรกิจออนไลน์คุณต้องแข่งขันกับความเร็ว ความถูกต้อง แม่นยำ และซื่อสัตย์ด้วยคะ เพื่อลูกค้าที่น่ารักของคุณเขาจะได้กลับมาซื้อใหม่ เพราะเขารู้แล้วและคาดหวังไว้แล้วว่า เขาจะต้องได้รับอะไรบ้างจากประสบการณ์ของเขาในครั้งแรก

(3) เพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์ของคุณจากแหล่งต่างๆให้มากที่สุดเท่าที่มากได้

เรื่องจริงคะ ไม่ใช่คุณมีเว็บไซต์แล้ว คิดว่าจะขายได้เลย ผิดถนัดค่า สิ่งแรกเลยหลังจากเว็บไซต์เสร็จคุณต้องทำดังนี้

  • SEO มหากาพย์ ถ้าไม่รู้วิธีทำ ให้ถามผู้เชี่ยวชาญเลยคะ หรือคุณจะมีเวลาเรียนรู้เองก็ย่อมทำได้ แต่ SEO ไม่ได้เป็นงานที่ทำแล้วจบไปนะคะ ขอย้ำ คุณต้องดูแลมันเหมือนน้องหมาของเราเลย หมั่นตรวจเช็ค หมั่นดู traffic ว่ามาจากที่ไหนอย่างไร และมีอะไรต้องแก้ไข มีอะไรต้องเพิ่มเติม ปรับปรุงอีกบ้าง มีรายการเป็น lists ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเอามาแจกในบทความหน้า
  • เชื่อมกับสังคมออนไลน์ที่ดังๆ traffic เยอะๆนะคะ สัก 3 ที่เป็นอย่างน้อย แต่ต้องมั่นใจด้วยว่าเรามีเวลา update
  • ให้เขาบ้าง อย่าเอาแต่ได้อย่างเดียว อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ให้เขาไปเถอะ แล้วคุณจะอื้งกับผลที่ตอบรับกลับมา อาจจะเป็นประเภท how to, อีบุคส์ อะไรก็ได้ที่ให้ได้ ให้ไปอย่าไปเก็บไว้คนเดียว ยิ่งให้มาก ก็ยิ่งได้มากนะคะ
  • เวลาคุณมี โปรโมชั่น อย่าแค่สร้างมันขึ้นมาแล้วก็โปรโมท แค่ครั้งเดียว คุณต้องทำซ้ำๆ เข้าถึงให้ทั่ว กระจายโปรโมชั่นของคุณให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
  • อย่าลืมนำเว็บไซต์คุณไป submit บน search engine ตัวแม่ด้วยล่ะ google, yahoo, bing และก็พวก directory นี่สำคัญไม่แพ้กันเลย Craiglist, pantip, sanook, etc... นี้ไม่ควรพลาดอย่างแรง
  • ลงโฆษณาแบบเสียตังค์บ้างไรบ้าง แต่ที่ที่คุณจะลงต้องแน่ใจว่าโฆษณาของคุณเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ไม่งั้นเสียเวลา เสียเงินอีกนะ จะบอกให้
  • เมื่อคุณรู้แล้วว่าจะขายอย่างไร คุณต้องหาวิธีที่มีการ offer หรือ upgrade สินค้าด้วย เพราะมันไม่ใช่แค่สร้างรายได้เข้ามาเพิ่มเท่านั้น แต่มันจะทำให้เว็บไซต์ดูดีมีชาติตระกูลเพิ่มขึ้นอีกมาก คือดู professional ไงล่ะ

(4) อย่ามองข้าม Google Webmaster Tools

  • ปกติ พี่ Google เขาไม่ได้เอาไว้หาของ ตอบปัญหา หรือไว้โฆษณาอย่างเดียวน่ะค่ะคุณขา เขายังมีดีอื่นๆอีก พี่ Google เขายังสามารถวิเคราะห์เว็บของคุณให้ด้วยว่ามีอะไรที่ต้องแก้ไขบ้าง อะไรบ้างที่คุณควรปรับปรุงบนเว็บของคุณ เข้าไปสมัครเลยคะที่นี่
  • เวอร์ชั่นของเว็บไซต์ เว็บจะไม่มี www. หรือจะมี www. นำหน้าก็เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนะคะ เพราะถ้าคุณมีสองแบบ เช่น http://www.mywebsite.com หรือ htpp://mywebsite.com พี่ Google เขาจะคิดว่าคุณมีสองเว็บและเป็นเว็บซ้ำกัน ไม่ดีคะ ทำให้มีผลกระทบ ranking การจัดอันดับของคุณได้ ควรทำ 301 redirect มาที่ใดที่หนึ่งนะคะ ถ้าไม่ทราบ จ้างผู้เชี่ยวชาญทำให้จะดีมากเลย  ควรจัดการเช็คดูคะว่าเว็บเรามีสองเวอร์ชั่นไหม หรือเวอร์ชั่นเดียว
  • ใช้ Google Keyword Planner ที่เขาให้เรามาด้วยนะคะ คือการใช้คู่มือการหา คีย์เวิร์ด เพื่อคุณจะได้รู้ว่า คีย์เวิร์ดที่คนค้นหาเยอะๆนี่คือคำไหน เป็นเครื่องมือวางแผนคำ คีย์เวิร์ด ต่างๆ สำหรับการสร้างแคมเปญใหม่ ด้วยวิธีนี้คุณสามารถค้นหาแนวคิดคำหลัก และ กลุ่มโฆษณา หรือ ดูสถิติที่ผ่านมาได้ทั้งนั้น และสามารถดูเข้าไปถึงประสิทธิภาพของแต่ละคำด้วย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ลงโฆษณาออนไลน์มือใหม่หรือผู้เชี่ยวชาญที่เปี่ยมประสบการณ์ คุณสามารถใช้เครื่องมือวางแผนคำหลักในการวางรากฐานให้กับแคมเปญที่ประสบความสำเร็จได้ทั้งหมดจากที่นี่เลยล่ะคะ
  • สร้างคอนเทนท์ ดีๆขึ้นมา สร้างตลอด อย่าหยุดๆ หายๆ นะคะ เดี๋ยวไม่ได้ผล ถ้าคิดจะสร้างเขียน blog อาทิตย์ล่ะ 3-4 บทความคุณก็ควรจะทำเช่นนั้นตลอด ทำเฮอะ แล้วจะดีเอง
  • Sitemap ก็อย่าลืมใส่ให้กับเว็บ มันช่วยให้ search engines เขาหาคุณง่ายขึ้น และก็ง่ายต่อผู้ใช้งานเว็บของคุณด้วย

(5) เพิ่มช่องทางการจ่ายเงินที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว

  • หากเว็บคุณมีการชำระเงินออนไลน์ต้องมั่นใจว่าคุณเชื่อมมันอย่างถูกต้อง เช่น Paypal หรือ Payment Gateway มันคงไม่ดีแน่ถ้าระบบการชำระเงิน online บนเว็บของคุณ ไม่สมบูรณ์ ฉะนั้นทดสอบให้แน่ใจว่ามันใช้ได้งานได้จริง ถูกต้อง และ ง่ายต่อการใช้งาน
  • เว็บไซต์ของประเทศไทยมีหลายเว็บเลยที่ให้ลูกค้าโอนตังค์อย่างเดียว ซึ่งมันก็ไม่ผิด แต่มันก็ดูแล้วไม่เป็น Professional และก็ยากต่อการ track สินค้า กับ ยอดเงินด้วย  เพิ่มงาน admin ได้เยอะเลยเทีเดียว เพราะสินค้ามันไม่สามารถตัด และเชื่อมกับการชำระเงินแบบ real time ได้  ตอนนี้ก็ยุค 2016 แล้วผู้เขียนว่า คุณควรพิจารณาให้รอบคอบเรื่องการให้ลูกค้าโอนตังค์วิธีเดียวนะคะ เพิ่ม Paypal หรือ Payment Gateway จะง่ายกว่าเยอะเลย มันยากตอนช่วงแรกน่ะแหละแต่หลังจากนั้นคุณจะขอบคุณระบบเลยว่าทำไม ถึงไม่ใช้วิธีนี้มาตั้งนานแล้ว

(6) ติดตั้งโค้ด ติดตามเว็บ Google analytics บนเว็บไซต์

มันจะช่วยให้คุณรู้ว่าในแต่ละเดือนมีใครที่ไหนบ้างเข้ามาดูเว็บไซต์ และจาก คียเวิร์ด คำว่าอะไร เข้ามาแล้วเขาได้ทำการสมัครซื้อสินค้าคุณหรือไม่อย่างไร Google Anyaltics เขาบอกหมดเลย คุณจะสามารถอ่านและวางแผนการทำงานในเดือนต่อๆไปได้เพราะสิ่งนี้ วิธีการนำโค๊ดลงไปฝังบนเว็บของเรา

วิธีการหา Google Analytics Code เพื่อที่จะไปฝังบนเว็บของเรา

  1. สร้างบัญชี Analytics หากยังไม่มี ไปที่ google.com/analytics คลิกปุ่มลงชื่อเข้าใช้ Analytics (ขวาบน) และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ
  2. เลือกแทบ Admin
  3. เลือก account ใน drop-down เมนู ที่อยู่ในส่วนของคอลัมน์ account
  4. เลือกเว็บไซต์จาก drop-down เมนู ที่อยู่ในส่วนของคอลัมน์ เว็บไซต์
  5. ใต้ เว็บไซต์ ให้เลือก tracking info และเลือก tracking code.
ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของการใช้งาน Google Analytics 

(7) จ้างผู้เชี่ยวชาญดูแลเว็บไซต์

  • ไม่ใช่ทุกคนที่เก่งเรื่องการใช้งานคอมพิวเตอร์คะ ถึงคุณเก่งมาก ก็ดีแล้ว แต่ ชไม่ดีกว่าหรอที่คุณเอาเวลาส่วนนี้ไปคิดสร้างสรรค์ เพิ่มเติมในการพัฒนาสินค้าและบริการ การที่มีคนดูแลเว็บไซต์ของคุณดูแลเว็บไซต์ จะสามารถประหยัดเวลาให้กับคุณมากทีเดียว เพราะมันเป็นเป็นงานที่จุกจิก และต้องให้ความสำคัญมากพอสมควร หากคุณเอาเวลาทั้งหมดไปกับการเช็คเว็บไซต์ ลิงค์นั้นเสีย ลิงค์นี้เสีย ปุ่มนี้ไม่ทำงาน บนหน้าจอนั้น หน้าจอนี้  ต่อให้คุณเป็น Superman หรือ Superwoman การบริหารเวลาเป็นปัจจัยสำคัญมากถึงมากที่สุด ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้หรือไม่
  • หากคุณต้องการจ้างผู้ดูแลเว็บไซต์ ไม่ว่าจะคิดอัตราค่าจ้าง เป็นรายวัน หรือ รายโปรเจ็กซ์ สามารถติดต่อได้ที่นี่เลยคะ

 

หากคุณอ่านมาจนจบ ขอนับถือคะ ผู้เขียนเชื่อว่าหากคุณมีความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจออนไลน์ให้เติมโต หลักใหญ่ๆ 7 ข้อนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับคุณมากทีเดียว

แล้วไว้เจอกันบทความหน้ากับ FREE SEO Checklists นะคะ^^

บทความโดย

ธมนพรรฑ์ วงศ์วิลาศชัย / Glypt.co.th 

ติดตามเราได้ในบทความครั้งหน้ากับ FREE SEO Checklists

Share this
21 Mar

วิธีการเป็นผู้เชี่ยวชาญ Social Media ในปี 2016

วิธีการเป็นผู้เชี่ยวชาญ Social Media ในปี 2016

ไม่ว่าคุณจะทำ marketing มานานแค่ไหน social media มักจะเป็นฮีโร่ของตลาดออนไลน์เสมอ โดยเฉพาะตั้งแต่ 5 ปีให้หลังมานี้ social media เหมือนจะมาแรงแซงหน้าใครๆบนโลกออนไลน์เลยทีเดียว ฉะนั้นบทความนี้เราจะมาดูกันว่าเรารู้จัก social media ดีแค่ไหนในปีที่ผ่านมา และปีนี้มีกลยุทธ์อะไรบ้างที่สามารถนำไปปรับใช้และเป็นประโยชน์ต่อยอดจากปีที่แล้วให้พุ่งแรงเข้าไปอีก การวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์การตลาดให้เข้ากับ trends ในแต่ละปี เป็นประโยชน์อย่างย่ิงต่อธุรกิจ ฉะนั้นอย่ากลัวที่จะมองออกไปจากกรอปที่เราตีไว้ คุณอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า การปรับกลยุทธ์บางอย่างอาจสามารถผลิกธุรกิจของคุณไปในทางที่ดีขึ้นได้เพียงค่ำคืน

ทำความเข้าใจ 5 ข้อ ทิศทางเติบโตของ social media ในปี 2016

1.    Social Media มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
2.   More Money More Traffic
3.   วีดีโอ วีดีโอ และ วีดีโอ
4.   More แบรนด์ บน Social Media
5.   Content is the king

1. Social Media มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

social-media-privacy Social Media มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ใช่คุณอ่านไม่ผิดแน่นอน แนวโน้มของสังคมออนไลน์จะเริ่มมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น การมีกลุ่มที่เป็นส่วนตัว การสนทนาที่เป็นส่วนตัว ในวงสังคมของผู้ใช้เอง เพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นข้อมูลต่าง ณ ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็น Facebook, LinkedIn หรือ Line เราก็ได้เห็นแล้วว่าคุณสามารถสร้างกลุ่มส่วนตัวขึ้นได้ง่ายๆ หรือตั้งบัญชีให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นกว่าเดิม และเชื่อหรือไม่ว่า ถ้าคุณถามผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำการตลาดผ่าน social media พวกเขาจะตอบว่า ได้มาจากกลุ่มที่เขาได้เป็นหนึ่งในนั้นนั่นเอง

ที่กล่าวมาเบื้องต้นนั้นหมายความว่าเรากำลังเข้าสู่ Social Media แบบใหม่เพิ่มขึ้นอีก นอกจากแบบเป็นสาธารณะเห็นโดยบุคคลทั่วไป และคุณต้องชำระเงินเพื่อแรกกับการโฆษณาของคุณแล้ว อีกแบบนึงที่กล่าวถึงนี้และซึ่งเป็นแบบที่ได้ผลมากกว่า คือ การที่ content ของคุณสามารถเข้าถึง กลุ่ม Private ต่างๆนี้เอง โดยกลุ่มนี้ เนื้อหาต่างๆของคุณจะถูกขึ้นเมื่อได้รับอนุญาติให้ข้อมูลของคุณขึ้นเท่านั้น ถ้าคุณได้รับอนุญาติได้แสดง content เนื้อหาของคุณแล้ว โอกาสที่จะได้ผลตอบแทนนั้นเป็นไปได้มากกว่ากลุ่มที่เปิดเป็น สาธารณะเสียอีก และก็หมายความว่า บริษัทต่างๆนั้นก็ต้องเตรียมตัวที่จะเข้าถึงลูกค้าในวิธี ถูกเปลี่ยนไปอยู่ในสังคมที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกเช่นกัน

การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้นำมาซึ่งข้อพิสูจน์ให้เห็นการใช้งานและการเจริญเติบโตของผู้ใช้อุปกรณ์ สมาทโฟน มือถือ แทปเบลทต่างๆ นั้นเติมโตมากขึ้นหลายเท่าตัว ฉะนั้นมันเป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ทีเดียวต่อบริษัทต่างๆไม่ว่าเขาจะสามารถรับมือได้หรือไม่ เฉกเช่นเดียวกับเว็บไซต์ที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองประสบการณ์ อุปกรณ์สมาทโฟน ตั้งแต่แรก

ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ Social Media คุณ มิช โจเอล ประธานกรรมการของ Mirum เป็นบรรณาธการของ Six Pixels of Separation

2. More Money More Traffic

more-money-more-visibility-social-mediaปีนี้คุณเตรียมตัวไว้เลยที่จะจ่ายเงินมากขึ้น ในการเพิ่ม Traffic  Traffic คืออะไร Traffic ก็คือกลุ่มจำนวนคนที่เข้ามาดู content หรือ โฆษณาที่เราได้ตั้งไว้ในแต่ละบัญชี ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Google Ads หรือ LinkedIn หรือ Instagram เป็นต้น ย่ิง Traffic มาย่ิงมีโอกาสในการเพิ่มรายมากขึ้นตามไปด้วย
ในปีนี้ Twitter จะสร้าง อัลกอริทึม ความเปลี่ยนแปลง นี้จะส่งผลกระทบต่อการแสดงผลของ tweets ต่อไปนี้ tweets ของคุณจะไม่ขึ้นแสดงให้ผู้ติดตามของคุณได้เห็นทั้งหมดง่ายๆอีกต่อไปแล้ว จะเป็นการทำงานคล้ายกับ Facebook feed ซึ่งคุณจะมี options ให้เลือกหากคุณต้องการให้ tweets ของคุณแสดงมากขึ้น ก็สามารถเลือก option เสียค่าใช้จ่ายได้นั่นเอง

การเปลี่ยนแปลงของ Twitter นี้อาจทำให้นักการตลาดออนไลน์ มีความเป็นกังวล แต่ถ้าอยู่ตัวแล้ว ผู้ใช้งานต่างๆ จะเข้าใจเองว่าจะต้องชำระเงินเพื่อให้มีผลการแสดงมากขึ้น ซึ่งนักลงทุนก็จะสามารถคาดการณ์ถึงสถานการณ์การเงินของ Twitter ได้มากขึ้นเช่นกัน

ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงนี้กับ Twitter ก็อาจจะหมายถึงการเป็นเป้าหมายรวบกิจการโดย Google หรือ Facebook ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักการตลาด

ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญสังคมออนไลน์ Andy Crestodina

ซึ่งผู้เขียนมองแล้วว่าปีนี้จะมีการแข่งขันกันมากขึ้นในส่วนการแสดงผลของ content ยิ่งแข่งขันมากก็ยิ่งทำให้ตัวเลขค่าใช้จ่ายมากขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งมันเป็นวิธีการทำงานของ Google ที่ได้ทำมาหลายต่อหลายปี แต่สังคมออนไลน์เพิ่งเริ่ม กฎการแสดงผลเริ่มจะยากขึ้นทุกปีแทบจะไม่เหลือพื้นที่ให้กับการแสดงผลที่เป็นแบบ organic (organic คือ ข้อมูล content หรือโฆษณาแบบที่ไม่ได้ชำระเงิน) ฉะนั้นยิ่งต้องการ traffic มากเท่าไรคุณก็ต้องยิ่งจ่ายมากเท่านั้น

3.   วีดีโอ วีดีโอ และ วีดีโอ

สมัยก่อน ก่อนที่เราจะทำธุรกิจ สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงเลยคือ location location และ location แต่กาลเวลาผ่านไป เราต้องเปลี่ยนวิธีการพูด และการคำนึงถึงคือ วีดีโอ วีดีโอ และ วีดีโอ

การถ่ายวีดีโอ และลงสดๆ กลายเป็นจุดสำคัญไปแล้ว  ในปี 2015 ที่ผ่านมาเป็นยุคของการนำลูกเล่น วีดีโอ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสังคมออนไลน์ด้วยเทคนิคใหม่ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็น Periscope, Facebook Live และ Blab ได้ทำ แต่ในปี 2016 นี้การใช้สื่อแบบวีดีโอ จะยกระดับขึ้นไปอีก ด้วยการแนะนำ การถ่ายวีดีโอสดแบบ 360 องศาดีกรี เข้ามาเพิ่มในปีนี้ ซึ่งเป็นการนำประสบการณ์แบบ 3D ถ่ายสด ซึ่งจุดนี้รู้เลยว่า ปีนี้วีดีโอมาแรงจริงๆ และมันเป็นการเพิ่มศักยภาพทให้ผู้ประกอบการทั้งหลายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโรงงาน หรือบริษัทตนเองและส่งให้ดูได้เลย  โดยลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปดูด้วยตนเอง หรือจะเป็นการเปิดสอนวิธีการใช้สินค้าต่างอีกด้วย

การถ่ายทอดสดวีดีโอ สามารถเข้าถึงลูกค้า เพิ่มความเชื่อมั่น และ ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นในเวลาเดียวกัน หากคุณยังไม่ได้เริ่ม ผู้เขียนแนะนำให้คุณเริ่มหาวิธีการนำวีดีโอเข้ามาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดของคุณ เพราะปีนี้จะเป็นปีที content แบบวีดีโอ ขึ้นแท่นเป็นฮีโร่เลยทีเดียว

4.   More แบรนด์ บน Social Media

promoting-brand-on-social-mediaแบรนด์ต่างๆ เริ่มนำ content ของตนเผยแพร่บน Social Media มากขึ้น ในปี 2016 นี้ แบรนด์ต่างๆจะหยุดการเน้นไปที่จำนวนผู้ติดตาม หรือจำนวน Likes แต่จะเริ่มมองไปที่การมีส่วนร่วมบน Social Media ต่างๆ มากขึ้นโดยการ update content หรือการใส่ข้อมูลที่สำคัญๆ ของตนมากขึ้น เพราะในปีที่ผ่านมา แบรนด์ต่างๆ เริ่มจะรู้แล้วว่าเขาไม่สามารถที่จะควบคุมจำนวนผู้ตาม หรือจำนวน Likes ได้ แต่สิ่งที่สามารถทำให้ แบรนด์ ถูกค้นพบได้จากการมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับ กับการค้นหาของผู้ใช้งานนั่นเอง

ส่ิงที่ แบรนด์ได้เริ่มไปแล้ว และจะทำกันมากขึ้นนั้นคือการสร้างกลุ่มเป้าหมายด้วยตนเองโดยอาศัย Social Media Platform คือการสร้างอีเมล์ผู้ลงทะเบียนรับจดหมายข่าว email subscriber มันเป็นวิธีที่ทำให้แบรนด์นั้นควบคุมกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น เพราะผู้ที่ลงทะเบียนรับจดหมายข่ายเป็นผู้ที่มีความสนใจการบริการ หรือ สินค้าในแบรนด์นั้นๆอย่างแท้จริง ฉะนั้นย่ิงมีผู้สมัครมากเท่าไร โอกาสในการประสบความสำเร็จด้าน Social Media Market ย่อมสูงขึ้นมากเท่านั้น

5. Content is the King

content-is-the-kingเมื่อคุณอ่านมาถึงจุดนี้แล้วคุณพอจะเข้าใจแล้วว่าอะไรเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญใน Social Media

Social Media ขับเคลื่อนด้วย content ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น content ที่มากด้วยตัวหนังสือ หรือ content ที่เต็มไปด้วยวีดีโอ 'how to'  หรือจะมาในรูปแบบ ภาพกราฟิก ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่สามารถตัดสินได้ว่า คุณมาถูกทางหรือไม่ ไปรอดหรือไม่จาก content ที่คุณลงและความเข้าใจถึงพฤติกรรมธรรมชาติการใช้งานของ social media นั้นๆ  หากกลับไปดูว่าบัญชีตัวเลขผู้ติดตามของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่น่าพอใจ คุณก็สามารถที่จะปรับมันให้ดีขึ้นได้โดยการเปลี่ยนมุมมองและวางแผนการทำงานที่ถูกต้องนั่นเอง

เนื้อหาได้กลายเป็น สินค้าโภคภัณฑ์

จากมุมมองของโลก สังคมออนไลน์ เนื้อหาได้กลายเป็น สินค้าโภคภัณฑ์ไปแล้ว หากคุณต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญในปีนี้ คุณจะต้องไม่ควรสร้างเนื้อหามากๆ อีก แต่ในทางตรงกันข้าม ให้คุณมุ่งเน้นความสำคัญไปที่คุณภาพของเนื้อหาที่คุณลงไป ว่ามันเกี่ยวข้องกับกลุ่มตลาดเป้าหมายแค่ไหน และสร้างคุณค่าให้กับผู้ที่เข้ามาบริโภค มาเสพ content บนสังคมของคุณที่คุณสร้างได้มากน้อยแค่ไหน คือพูดง่ายๆว่า แทนที่จะสร้าง content เล็กๆปลีกย่อยมากมาย กลับให้สร้าง content ให้น้อยลงแต่ทำให้ดีมีคุณค่ามากที่สุดไปเลย

หากผู้อ่านรู้สึกว่าข้อมูลการทำ social media มันเยอะไป ผู้เขียนได้รวบรวม social media - check list ไว้ให้ คุณสามารถ ดาวน์โหลด เพื่อนำไปปรับใช้ให้กับธุรกิจของตัวเอง Social Media Check List for free โดยกรอกชื่อและอีเมล์ในฟอร์มข้างล่างและคลิ๊ก 'Submit' จากนั้นจะมี link ให้ download เอกสารขึ้นมาให้คุณได้ download

ในไฟล์ประกอบไปด้วย

  • Facebook activity check list
  • Twitter activity check list
  • LinkedIn activity check list
  • Youtube activity check list
  • Slide Share activity check list
  • Instagram activity check list
  • Periscope activity check list
  • Quora activity check list

Your Name (required)

Your Email (required)

.

Share this
28 Feb

ทำอย่างไรถ้าอยากเริ่มต้นธุรกิจแต่ไม่มีเงินทุน

ทำอย่างไรถ้าอยากเริ่มต้นธุรกิจแต่ไม่มีเงินทุน

เป็นประโยคยอดฮิตสำหรับคนที่ต้องการเริ่มธุรกิจของตนเอง และเป็นที่น่าเสียดายที่ผู้คนส่วนมากมักจะหมดหวังหรือผลัดวันประกันพรุ่งเพียงเพราะไม่มีเงินทุน

บทความต่อไปนี้ให้คุณเป็นไอเดียสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เลย คุณก็สามารถเป็นอีกคนที่จะประสบความสำเร็จได้ หากคุณมั่นใจว่าไอเดียสินค้าหรือบริการนั้นเป็นที่ต้องการและสร้างความแตกต่างที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้คนได้ ความสำเร็จทางธุรกิจนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื่อมเลยจริงๆ

 

เลือกการให้บริการแทนการผลิตสินค้า เพื่อสร้างกระแสเงินสด

เลือกการให้บริการแทนการผลิตสินค้า-เพื่อสร้างกระแสเงินสด1

 

เริ่มแรกเลย เลือกหลักการดำเนินธุรกิจที่เน้นการให้บริการแทนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้เพราะการให้บริการใดๆที่คุณถนัด มันสามารถนำมาซึ่งกระแสเงินสดได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนผลิตสินค้า การเริ่มทำธุรกิจใดๆที่เป็นของจับต้องได้ เป็นผลิตภัณฑ์ คุณจะต้องมีเงินทุนพอที่จะสร้างแบรนด์ธุรกิจของคุณให้อยู่ตัว การให้บริการนั้น เป็นเรื่องง่ายและเหมาะกับการเริ่มต้นยิ่งนักของนักธุรกิจใหม่ๆทุกท่าน คุณสามารถเริ่มจากทักษะใดๆที่คุณถนัด และคิดว่าสามารถทำประโยชน์ให้ผู้อื่นได้ เช่น สอนหนังสือ ล้างรถตามบ้าน รับจ้างไปจ่ายตลาด รับส่งเอกสารพัสดุต่างๆ อย่างนี้เป็นต้น ให้คุณเริ่มในพื้นที่ที่คุณรู้จัก เพราะมันจะง่ายต่อธุรกิจของคุณ หากคุณรู้จักพื้นที่นั้นเป็นอย่างดี

เมื่อเลือกสิ่งที่จะให้บริการได้แล้ว คุณสามารถโปรโมทบริการของคุณได้หลายทางโดยที่ไม่ต้องลงทุนเงินเป็นจำนวนมาก แต่ได้ผลกลับอย่างดีเยี่ยม ตัวอย่างเช่น การเปิด Facebook Fanpage โดยเลือก Local Business, และทำการโปรโมทกับเฟสบุคแบบ Local Awareness Ads  คุณสามารถเลือกพื้นที่ที่ต้องการให้บริการและเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ และอื่นๆอีกมาก โดยเริ่มต้นเพียงวันละ 30 บาท คุณก็สามารถโปรโมทหน้าเพจของคุณได้เลย

ประโยชน์ที่ได้จากการโปรโมท Facebook Local Business, Local Awareness Ads

  • คุณได้กลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องกำหนดเป้าหมายเป็นผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ธุรกิจของคุณหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เลือกไว้ ไม่ว่าจะในระยะเดินเท้าถึงหรือห่างออกไปสองสามไมล์
  • ให้ต้นทุนที่ต่ำกว่า คุณจ่ายเงินน้อยลงโดยการเข้าถึงผู้คนในพื้นที่ที่คุณเลือกได้มากขึ้นด้วยต้นทุนจ่ายที่น้อยกว่าโฆษณาแบบอื่นๆ ทั้งหมด รวมถึงหนังสือพิมพ์และจดหมายแจ้งข่าว
  • การสร้างสร้างโฆษณาที่ง่ายและ เจาะจงเฉพาะพื้นที่ได้โดยตรงจากเพจ Facebook ของคุณ สิ่งที่คุณต้องทำมีแค่กำหนดงบประมาณและพื้นที่ที่ต้องการเข้าถึง ส่วนที่เหลือเฟสบุคจะจัดการให้เอง

การขายบริการใดๆก็ตามจะนำกระแสเงินสดเข้ามาให้กับธุรกิจของคุณอย่างไม่ต้องสงสัยเลย เมื่อคุณได้กระแสเงินสดเป็นที่น่าพอใจคุณก็สามารถต่อยอดธุรกิจเพิ่มได้อีกไปเรื่อยๆ จนธุรกิจนั้นสามารถดำเนินได้ด้วยตนเอง และเมื่อถึงจุดนึงคุณก็สามารถเพิ่มตลาดโดยจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการที่ทำอยู่ได้ง่ายขึ้นเพราะคุณมีฐานลูกค้ารองรับ

เข้าร่วมสมัครเป็นนักขายตรง

สมัครเข้ากับธุรกิจขายตรง

 

การเข้าร่วมเป็นนักขายตรงกับบริษัทขายตรง เป็นอีกหนึ่งลู่ทางนึงที่สามารถผลักดันให้คุณประสบความสำเร็จได้อย่างน่าทึ่ง   บริษัทขายตรงส่วนใหญ่จะมีทีมงาน และแผนการขายไว้ให้คุณอยู่แล้วโดยที่คุณไม่ต้องเหนื่อยเริ่มต้นด้วยตัวคนเดียวแต่อย่างใด บริษัทต่างๆเหล่านี้ยังจะสอนการขายที่ประสบความสำเร็จให้กับคุณอีกด้วย พร้อมกับให้ค่าคอมมิชชั่นเป็นการตอบแทนจากการขาย งานขายตรงเดี๋ยวนี้ง่ายกว่าแต่ก่อนมากด้วยเทคโนโลยีที่มีเข้ามาต่างๆ และ social media ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากมาย เป็นตัวช่วยให้คุณขายได้ดีทีเดียว คุณสามารถเรียนรู้ทักษะการทำธุรกิจจากการขายตรงเหล่านี้ได้จนกว่าคุณจะมีรายได้และประสบการณ์ที่พอใจ และพร้อมก้าวเข้าสู่ธุรกิจของตนเอง

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขายตรงได้ที่ http://www.thaimlmnews.com

เงินทุนมีทุกหนทุกแห่ง จงใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้าช่วย

เงินทุนมีอยู่ทุกที่ ใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้าช่วย

 

อย่าให้แผนธุรกิจของคุณมลายหายเพียงเพราะว่าคุณไม่มีเงินทุน การเข้าถึงเงินทุนนั้นมีทุกหนทุกแห่ง เงินทุนเหล่านั้นเพียงแต่รอให้คุณเข้าถึงอย่างเท่านั้นเอง ตัวอย่างดังต่อไปนี้ คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เลย

  •  การกลับไปมองทรัพยากรที่มีอยู่ และนำออกมาใช้อย่างสร้างสรรค์

ลองมองรอบๆตัวคุณดูว่าอะไรบ้างที่สามารถทำเงินให้กับคุณได้ ณ ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ และทำทันทีที่คุณพร้อม คุณจะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ว่าคุณจะนำสิ่งเหล่านี้ ที่แต่ก่อนคิดว่ามันเป็นแค่ขยะมุมห้อง มาทำให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร เช่น หากคุณกำลังสะสมของสิ่งใดสิ่งหนึ่งในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง หรือรูปปั้นหายาก หรือเสื้อผ้าที่มันล้นตู้ เป็นต้น

  • การขอวงเงินสินเชื่อ                                                                                                                                       

การขอวงเงินสินเชื่อไม่ได้เป็นเรื่องแปลกสำหรับนักธุรกิจที่กำลังเริ่มต้นทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนทำกันทั้งสิ้น ธนาคารในประเทศไทยบางแห่งให้ระยะปลอดดอกเบี้ยถึง 45 วัน คุณควรเข้าไปสอบถามข้อมูลตามแหล่งเงินทุนต่างๆ และ ฟังดูข้อเสนอของแต่ละธนาคาร คำนวณระยะเวลาที่คุณต้องชำระหนี้ให้ละเอียด ก่อนตัดสินใจ ลิงค์นี้แนบมาเป็นลิงค์ที่มีรายละเอียดการเตรียมตัวขอสินเชื่อ http://goo.gl/PDdrZX

  • หานายทุนที่พร้อมจะให้เงินทุนคุณอย่างรวดเร็ว  

วิธีนี้ไม่มีดอกเบี้ยเหมือนอย่างธนาคารแต่นายทุนที่ลงทุนกับคุณส่วนใหญ่นั้นเขาหวังผลตอบแทนค่อนข้างเร็ว หากมั่นใจว่าไอเดียก่อตั้งบริษัทของคุณนั้น สามารถให้ผลตอบแทนได้อย่างรวดเร็วแล้วล่ะก็ วิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะสมอย่างยิ่ง วิธีนี้คุณอาจจะต้องใช้เครือข่ายของคุณ ของเพื่อน ของครอบครัว เพื่อหาผู้ที่พร้อมจะเป็นนายทุนให้กับคุณ

  • CrowdFunding                                                                                                                                          

ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจใดก็แล้วแต่ และมีไอเดียที่บรรเจิด Crowdfunding เป็นเว็บไซต์ที่ให้ผู้สนใจลงทุนเป็นนายทุน และนายทุนเหล่านั้นเขาจะดูธุรกิจของคุณ นั้นสามารถที่จะทำกำไรหรือไม่ ถ้าเป็นไปได้เขาจะร่วมลงทุนกับคุณผ่าน ให้ทุนคุณผ่าน เว็บไซต์ crowdfunding นั้นๆ เป็นต้น เว็บที่เป็น crowdfunding มีหลายเว็บด้วยกันซึ่ง ผู้เขียนจะต้อง เขียนแยกออกจากบทความนี้และลงรายละเอียด ความน่าสนใจของแต่ละเว็บ ไซต์ให้ได้พิจารณากัน

 

บทความของ ทำอย่างไรถ้าอยากเริ่มต้นธุรกิจแต่ไม่มีเงินทุน นี้ผู้เขียนนำไอเดียหลักๆข้างตนให้กับคุณผู้อ่านสามารถนำไปพิจารณา ปรับ และเปลี่ยนสิ่งที่ตนคิดไว้ ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น คุณอาจจะเริ่มเขียนและอธิบายถึงกลยุทธ์ที่คุณต้องการเกี่ยวกับการดำเนินการธุรกิจของคุณออกมา  เริ่มวางแผนการว่าคุณต้องการทำอะไรบ้างในวันนี้ พรุ่งนี้ อาทิตย์ต่อไป เดือนหน้า อีก 1 ปีข้างหน้า แล้วพอคุณได้ก้าวไปไกลแล้วนั้น หันกลับมามองว่ามันมีความรู้สึกดีแค่ไหนที่ได้ลงมือทำ!

ทุกๆอย่างบนโลกใบนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆนอกจากการลงมือทำ คุณจะต้องกล้าที่จะทำเหมือนกับคนที่เขาได้ประสบความสำเร็จมาแล้ว ความกลัวเป็นแค่เพียงความรู้สึก นึกคิดจากในสมองเท่านั้นมันไม่ได้เป็นรูปธรรมเลย จงอย่าให้ความกลัวของคุณมาขจัดความสามารถที่คุณมีอยู่ออกไป อ่านจบตรงนี้แล้ว ให้เริ่มเลยคะ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จและแชร์เรื่องราวเล่าสู่กันฟังได้ที่ facebook ของเรานะคะ

ผู้เขียน: katetmp

Share this
22 Feb

7 แอพพลิเคชั่นที่จ่ายเงินให้กับคุณ

7 แอพพลิเคชั่นที่จ่ายเงินให้กับคุณ ต่อไปนี้ที่ทำให้คุณไม่ใช่เป็นฝ่ายบริโภคฝ่ายเดียวอีกต่อไปแล้ว แอพเหล่านี้ยังทำให้คุณมีรายได้เข้ามาอีกด้วย แอพบางแอพจะยังจำกัดในพื้นที่ให้บริการ แต่แอพเหล่านี้คุณสามารถดาวน์โหลดแล้วเข้าร่วมกติกาของเขาได้เลย

1. Doo ADs

DooAds แอพพลิเคชั่นที่จ่ายเงินคุณ

เริ่มที่แอพแรกกันเลย Doo ADs  คือแอพของพี่ไทยเอง แอพนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของ Gamifaction ให้ผู้ใช้ได้รับเงินจากการดูโฆษณาต่างๆที่มีแล้ว สามารถสะสมแต้มแทนการนับพ้อยท์หรือสกุลเงินจำลอง  ซึ่งคุณสามารถนำไปแลกของรางวัลได้ หรือจะส่งไปยังเลขที่บัญชีของคุณได้เลยเช่นกัน ซึ่งรูปแบบนี้ก็คือการแบ่งรายได้จากโฆษณาให้กับผู้ใช้งานนั่นเอง

ลิงค์สำหรับ download หรือข้อมูลเพิ่มเติม

 

  • ลิงค์สำหรับ download หรือข้อมูลเพิ่มเติม DooADs
  • ใช้งานได้ทั้งระบบ Android และ iOS

——————————————————————————————————————————————————————————————

2. Survey On the Go

survey on the go appSurvey on the go เป็น เครื่องมือในการวิจัย ตลาดมือถือ ที่จ่ายให้กับผู้ใช้ ลงความคิดเห็น ของพวกเขาเกี่ยวกับ หัวข้อต่างๆ และปัญหา คุณสามารถเลือกใช้ในแต่ละประเภทที่ต้องการลงความเห็นได้ด้วย เช่น ธุรกิจ, การเมือง, บันเทิง, ข่าว , กีฬา, สื่อและเทคโนโลยี

วิธีการใช้คือ หลังจากที่คุณดาวน์โหลดและลงทะเบียนไว้แล้ว คุณจะต้องเข้าร่วมทำการวิจัยต่างที่เปิดให้คุณเข้าร่วมอยู่ซึ่งจะได้รับแจ้งเตือนทางข้อความ จากนั้นเมื่อคุณทำได้ถึง US$10 คุณสามารถที่จะเบิกเงินนั้นผ่านทาง Paypal ได้ทันที บางครั้งโผลการสำรวจที่เปิดให้คุณได้เข้าร่วมนั้นจะไม่มีการแจ้งเตือน ทางที่ดีให้เข้ามาดูใน inbox ของคุณว่ามีเพิ่มหรือไม่เป็นครั้งคราว

  • ลิงค์สำหรับ download หรือข้อมูลเพิ่มเติม Survey On the Go
  • ใช้งานได้ทั้งระบบ Android และ iOS

——————————————————————————————————————————————————————————————

3. GigWalk

gigwalk app GigWalk เป็นแอพมือถือที่ช่วยให้คุณหางานได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่ ไม่ว่าคุณจะเดินไปไหน งานหรือคนก็จะแสดงขึ้นมาเป็นในรูปแบบ “หมุด หรือ Gigs”บนแผนที่ “หมุด หรือ Gigs”เหล่านี้สามารถมีงานให้คุณเลือกได้ที่ใดก็ได้จากอัตราการจ้าง USD 3 ถึง USD 100  (105 บาท ถึง 3,500 บาท)

เมื่อคุณทำ Gigs นั้นสำเร็จคุณจะต้องเข้าไปใส่ข้อมูลแล้วทางลูกค้าผู้ลง Gigs จะเข้ามาให้คะแนนความพอใจและสิ้นสุดของ Gigs นั้นๆ เมื่อ Gigs ของคุณเสร็จสิ้นคุณก็จะได้รับค่าจ้างผ่านทาง Paypal ได้ทันที

  • ลิงค์สำหรับ download หรือข้อมูลเพิ่มเติม GigWalk
  • ใช้งานได้ทั้งระบบ Android และ iOS

——————————————————————————————————————————————————————————————

4. Ibotta

ibotta-appIbotta เป็นแอพที่ให้คุณได้มากกว่าการถือคูปองส่วนลดเพื่อไปทำการซื้อของใช้ต่างๆที่ suppermarket ใกล้บ้านคุณหรือร้านเสื้อผ้าชั้นนำต่างๆ  ร้านค้าที่เข้าร่วมมีมากมายด้วยกัน ซึ่งคุณสามารถเช็คสินค้าและร้านค้าได้จากลิงค์นี้  Ibotta จ่ายเงินสดโดยผ่านทาง Paypal ให้กับคุณโดยคุณต้องทำการสแกนใบเสร็จจากบาร์โค๊ดพร้อมกับถ่ายรูปใบเสร็จ เข้ากับแอพ

สินค้าบางอย่างยังไม่ได้มีจำหน่ายในประเทศไทย

 

  • ลิงค์สำหรับ download หรือข้อมูลเพิ่มเติม Ibotta
  • ใช้งานได้ทั้งระบบ Android และ iOS

——————————————————————————————————————————————————————————————

5. Shopkick

app-shopkick Shopkick เป็นแอพช้อปปิ้งที่ให้ข้อเสนอที่ดีที่สุดและผลิตภัณฑ์ที่นิยมในร้านค้าเช่น เมซี, Best Buy, American Eagle, JCPenney, เครื่องอุปกรณ์กีฬาและอื่นๆอีกมากมาย คุณจะได้รับคะแนนสะสมต่างๆเหล่านี้เพียงแค่เช็คอิน มากไปกว่านั้นคุณจะได้รับคะแนน (kicks) สะสมเพิ่มเมื่อ คุณได้สแกนสินค้าเหล่านั้นและทำการสินค้าจริงๆ กับร้านค้าที่ร่วมรายการ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถทำการสั่งบัตรกำนัล บัตรของขวัญต่างๆจากร้านค้าที่คุณชื่นชอบ

 

  • ลิงค์สำหรับ download หรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Shopkick 
  • ใช้งานได้ทั้งระบบ Android และ iOS

——————————————————————————————————————————————————————————————

6. Check Points

checkpoints appกติกาง่ายๆของแอพนี้คือ เมื่อคุณดูวิดีโอ,ใช้แบบทดสอบ, เปิดเว็บร้านค้าให้บริการที่ร่วมรายการ, การค้นหาและ อื่น ๆ อีกมากมาย และแรกของกำนัลมากมายตัวอย่างเช่น ส่วนลดจากเว็บ amazon.com, สะสมไมล์ของ american airline, เกมส์ต่างๆ

แอพนี้ยังใช้ได้เฉพาะในเขตประเทศอเมริกา เท่านั้น

 

 

  • ลิงค์สำหรับ download หรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Check Points
  • ใช้งานได้ทั้งระบบ Android และ iOS

——————————————————————————————————————————————————————————————

7. App Trailers

app-trailers เป็นแอพที่เราใช้เข้าไปดูวีดีโอต่างๆที่เข้าร่วมโปรแกรมของ App Trailers และสะสมเป็นแต้มเพื่อแลกกับของรางวัล อาทิเช่นเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือบัตรส่วนลดจาก Amazon.com, Google Play, Starbucks Card เป็นต้น

 

 

 

  • ลิงค์สำหรับ download หรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ App Trailers
  • ใช้งานได้ทั้งระบบ Android และ iOS

——————————————————————————————————————————————————————————————

Share this
13 Feb

4 ขั้นตอนการมีเว็บไซต์และอีเมล์เป็นของตนเองง่ายๆ

4 ขั้นตอนการมีเว็บไซต์และอีเมล์เป็นของตนเองง่ายๆ

หากคุณกำลังต้องการอยากมีเว็บไซต์เป็นของตนเองแต่ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย จะเริ่มตรงไหนอย่างไร

ไปอ่านดูกันเลยคะ

4 ขั้นตอนการมีเว็บไซต์และอีเมล์เป็นของตนเองง่ายๆ 4 ขั้นตอนการมีเว็บไซต์และอีเมล์เป็นของตนเองง่ายๆ 4 ขั้นตอนการมีเว็บไซต์และอีเมล์เป็นของตนเองง่ายๆ 4 ขั้นตอนการมีเว็บไซต์และอีเมล์เป็นของตนเองง่ายๆ

คำถามมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาถึงวิธีการมีเว็บเป็นของตนเองนั้นยากหรือไม่คำตอบง่ายๆเลยคือไม่ยากเลย

ไปทำบัตรปชช ยากกว่า ^^

ส่ิงแรกเลยที่คุณต้องเตรียมคือข้อมูลเนื้อหาที่จะลงในหน้าเว็บแต่ละหน้าเมื่อได้แล้ว ทำการค้นหาข้อมูลในเรื่องของราคาทำเว็บ แต่ละบริษัท แต่ละเจ้าก็จะให้ราคาคุณที่ต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่ประสบการณ์ของบริษัทนั้นๆ หากจ้าง freelance ก็ง่ายไม่มีพิธีรีตองอะไร แต่ก็มีข้อได้ ข้อเสียต่างกัน จ้างบริษัทแบบมืออาชีพ เราไม่ต้องกังวลเรื่องทิ้งงานเพราะเขามีบริษัทและชื่อเสียงของเขาเป็นหลักประกัน แล้วอย่าลืมดูผลงานของเขาที่ผ่านมาด้วย ซึ่งสำคัญมา ผลงานจะบ่งบอกสไตล์และคุณภาพของการทำเว็บของผู้ทำได้อย่างดี

เมื่อตกลงได้เจ้าที่จะจ้างทำแล้ว ต้องเซ็นสัญญาการว่าจ้างต่อกัน เพื่อเป็นความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายจ้าง และฝ่ายผู้ถูกจ้าง หากมีอะไรเกิดขึ้น สัญญาจะเป็นทางออก และแก้ปัญหาได้ดีที่สุด

จากนั้นก็เริ่มเลย ...
1.) มองหาจดโดเมนที่ตนต้องการกับผู้ให้บริการต่างๆบนโลกออนไลน์
หรือสนใจสามารถจดกับเราได้ที่นี่ http://goo.gl/5yryxV

หากจดเป็นแบบพวก .com /.net/.org อะไรพวกนี้ไม่ต้องมีเอกสารหากจดแบบ .co.th คุณจะต้องเป็นบริษัทจำกัดก่อนถึงจะยื่นขอจดได้ เพราะทางผู้ให้บริการจะต้องการหนังสือรับรองของคุณด้วย

เหตุผลที่ต้องรีบจดโดเมนก่อนเนื่องจาก
- มีคนเป็นล้านคนสามารถจดโดเมนเดียวกับคุณได้
- อายุของโดเมนนั้นสำคัญต่อ seo

2.) เมื่อจดโดเมนแล้ว ให้คุณเริ่มสละเวลาทำการสร้างเว็บไซต์ของคุณเลยได้เลย ไม่ว่าจะสร้างเองกับเครื่องมือการสร้างเว็บไซต์ได้ด้วยตนเองหรือจะให้ผู้ชำนาญการสร้างให้คุณ คุณก็จะต้องสละเวลาชองคุณมาให้ความสำคัญกับเว็บไซต์

3.) เมื่อเว็บไซต์เสร็จสิ้นแล้ว เย้ๆๆๆๆ คุณสามารถนำเว็บไซต์ไปโฮสกับผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งทั่วไป
หรือสนใจจะโฮสกับเราได้ที่ http://goo.gl/vQtrpw

หากเว็บของคุณมีขนาดย่อมไปจนถึงขนาดกลาง เว็บโฮสติ้งแพ็คเก็จให้เลือกแบบแพ็คเก็จ startup / standard ก็พอเพราะเมื่อคุณขยายธุรกิจ คุณสามารถ upgrade ได้ตามต้องการเลย

สำคัญมากๆ เว็บไซต์ก่อน online จะต้องตรวจมาตรฐานต่างๆของหน้าเว็บไซต์ของคุณด้วย
ว่ามี metas tags, meta description, keywords เอาไว้ทุกหน้าหรือไม่คุณสามารถให้ผู้ชำนาญทำให้
หรือจะทำเองในกรณีที่คุณสร้างเองจากเครื่องมือสร้างเว็บต่างๆได้

4.) ทำการเปิดตัวเว็บไซต์เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเว็บของคุณพร้อม online หากให้ผู้ชำนาญทำเว็บให้เขาจะช่วยในเรื่องของนำเว็บไซต์ของคุณขึ้น onlineให้คุณ

เมื่อเว็บของคุณ online แล้วคุณต้องไป submit url ของคุณกับ search engine ทั้งหลายเช่น Google, Yahoo, Bing เป็นต้น ตามลิงค์ที่แนบมานี้ได้เลย Google  Yahoo Bing

จากนั้นคุณก็สามารถเริ่มโปรโมทเว็บของได้เลยในช่องทางต่างๆมากมาย
ซึ่งผู้เขียนจะเอามาลงให้อ่านถึงวิธีการโปรโมทเว็บไซต์ในบทความหน้า

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมา

หากมีคำถามเพิ่มเติมสอบถามได้เลยที่ info (at) glypt.com
รักและปรารถนาดี
จากทีมงาน Glypt Studio คะ

Happy Weekend!

Share this
11 Feb

แบรนด์ดิ้งคืออะไร แล้วทำไมจึงสำคัญต่อธุรกิจที่เราทำ

"แบรนด์ดิ้งคืออะไร แล้วทำไมจึงสำคัญต่อธุรกิจที่เราทำ"
แบรนด์ดิ้ง มันมากกว่าการมีโลโก้ หรือ งานกร๊าฟิกอื่นๆ
เมื่อคุณคิดถึงแบรนด์ของคุณ คุณจะต้องคิดถึงมากกว่าที่ธุรกิจของคุณเป็นอยู่
คุณต้องคิดไปถึงประสบการณ์ที่ลูกค้าของคุณจะได้รับจากสินค้าและบริการของคุณ
 
ทุกอย่างที่มาจากโลโก้ เว็บไซต์ หรือแม้แต่ Social Media ของคุณ หรือแม้กระทั้งการตอบคำถามจากผู้สนใจ หรือลูกค้าที่ติดต่อกับหนึ่งในทีมงานของคุณ และอื่นๆ
ฟังดูรายละเอียดอาจจะดูเยอะมากมาย แต่จริงๆแล้ว แบรนด์ดิ้งสรุปง่ายๆก็คือ ประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากธุรกิจของคุณนั้นเอง
แบรนด์ที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลา 2 เดือน หรือ 4 เดือน
มันเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา และระดมความคิด ให้เกิดการวางแผนในขั้นตอนต่างๆได้อย่างเป็นระบบและประสบผลสำเร็จ
ทำอย่างไรถ้าลืมต่ออายุเว็บโดเมน
5 เหตุผลหลักใหญ่ต่อไปนี้ที่คุณอ่านแล้วจะรู้เลยว่าธุรกิจของคุณเดินมาถูกทางหรือไม่
1. แบรนด์ดิ้งคือการสร้างความจดจำ
แบรนด์ดิ้งที่ดีต้องมีจุดเด่น ต้องสร้างความจดจำในการขายสินค้าและบริการ ธุรกิจจะต้องไม่ซับซ้อนและมากด้วยเงื่อนไข
 
รูปแบบจะต้องมากับความง่ายเข้าไว้ ทำให้ลูกค้าหรือผู้สนใจของคุณไม่เดืนจากคุณไปพร้อมกับเกาหัว และทิ้งความสงสัยให้กับพวกเขา ขายอะไร ขายให้ใคร และขายอย่างไร
2. แบรนด์ที่ดีจะต้องนำคุณออกจากคู่แข่ง
ธุรกิจของคุณต้องสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง คู่แข่งของคุณอาจจะเคยเป็นอาแปะ หรืออาตี๋ข้างบ้าน แต่มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
 
คุณจะต้องแข่งกับการผันผวนค่าเงินบาท แข่งกับยุคเศรษฐกิจที่มันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
 
คุณจะต้องคิดให้มากและทำให้น้อย เพราะหากคุณคิดน้อยและทำมาก ธุรกิจของคุณอาจจะต้องจมไปกับค่าเงินและค่าใช้จ่ายๆต่างๆที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละเดือนอย่างรวดเร็ว สิ่งที่คุณต้องทำคือ
 
  1. มีเป้าหมายระยะสั้น และ ระยะยาว
  2. ตั้งใจวิเคราะห์ในตัวสินค้าและบริการของธุรกิจให้ดีว่าจะเป็นในรูปแบบไหน 
  3. เดินตามแผนที่คุณวางไว้ คุณอาจจะมีปรับเปลี่ยนบ้างระหว่างทางมันเป็นส่ิงที่ไม่แปลก แต่จงมีเป้าหมายและแผนการที่จะทำให้ธุรกิจของคุณต่างจากคู่แข่ง
3. แบรนด์ธุรกิจจะต้องกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจต่อคนร่วมงาน
คนที่ทำงานขับเคลื่อนให้กับธุรกิจของคุณหากปราศจากแรงบันดาลใจ ก็เหมือนรถปราศจากน้ำมัน
 
คุณจะต้องทำให้ผู้ร่วมงานของคุณเกิดแรงบันดาลใจ
 
วิธีสร้างแรงบันดาลใจนี้ง่ายมาก มันจะต้องเริ่มจากตัวคุณเอง ไม่ใช่จากน้อง ป้า น้า อา หรือแฟนของคุณ
 
หากตัวคุณเองไม่มีแรงบันดาลใจจากข้างใน
 
คนอื่นก็จะไม่สามารถรับถึงพลังงานอันนั้นได้
 
คุณจะไปบอกผู้ร่วมงานของคุณว่า ไตรมาสนี้ต้องทำให้ได้เท่านี้เท่านั้น แต่ไม่มีเป้าหมายหรือแรงบันดาลใจว่าทำไปเพื่ออะไร และเพื่อใครเป็นต้น
4. แบรนด์ที่ดีลูกค้าบอกต่อ
การบ่อต่อ ปากต่อปาก เป็นวิธีการขายสินค้าและบริการที่เก่าแก่มาก แต่ยังคงทรงพลังสุดๆไม่มีอะไรมาปราบ วิธีการขายแบบธรรมชาติโดยลูกค้าบอกต่อกันได้เลย
 
เมื่อคุณทำให้ลูกค้าคนหนึ่งพอใจ เขาจะบอกต่อกันอีก 5-10 คนที่เขาเจอหรือคนรู้จักญาติสนิทมิตรสหาย
 
แต่เมื่อใดที่คุณทำให้เขาไม่พอใจในสินค้าและบริการของคุณแล้วล่ะก็
 
เขาจะบอกต่อถึงความไม่พอใจที่ได้รับบริการจากคุณถึง 10-20 คนเลยทีเดียว
5. แบรนด์ที่แข็งแรงลูกค้าจะทราบทันทีว่าเขาคาดหวังอะไร
แบรนด์ที่แข็งแรงมีมั่นคงและมีความสม่ำเสมอในสินค้าและบริการ
 
ไม่ใช่วันนี้ของหมด ของขาดอีก 2 เดือน ลูกค้าสามารถที่จะหนีจากคุณไปหาแบรนด์อื่นและตอบสนองความต้องการของเขาได้อย่างรวดเร็ว และคุณจะต้องลงทุนอีกมากที่จะได้ลูกค้าใหม่หรือคนเก่ากลับมา
สิ่งที่ลูกค้าคาดหวังในธุรกิจของคุณคือ เมื่อใดที่เขาเข้ามาใช้บริการของคุณ เขาจะต้องรู้แน่ๆว่าเขาจะเจออะไร แบบไหน และอย่างไร เป็นแบบนี้ทุกครั้ง และเรื่อยไป เช่น BurgerKing / Mcdonald ลูกค้าจะทราบโดยทันทีว่าถ้าเข้า McDonald การบริการที่ได้รับคือ fastfood service ไม่ต้องรออีก 30-45 นาที แบบนี้เป็นต้น
 
คุณต้องวางรูปแบบที่เป็นมาตรฐานให้กับธุรกิจและนำมาปรับใช้ให้เกิดประสิทธิผลชัดเจน และสม่ำเสมอ
ได้อ่านกันมาพอสมควร ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า 5 หลักการใหญ่ๆ ทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเองไม่มากก็น้อย
 
เรื่องของแบรนด์ดิ่งนั้น ยังมีหลักการอื่นๆอีกมากมายที่ควรนำมาประกอบการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
 
ผู้เขียนต้องขออนุญาติมีต่อภาค 2 นะคะซึ่งจะ update ลงให้เร็วนี้ๆ
Share this
12 Jan

Newsletter เป็นเครื่องมือดึงลูกค้าอย่างน่าทึ่ง

 

Newsletter design

Newsletter เป็นเครื่องมือดึงลูกค้าอย่างน่าทึ่ง ตัวอย่างในรูปที่แนบมาเป็นผลงานออกแบบ newsletter ล่าสุดของทีมงานให้กับวิลล่ามิสกาวัน เกาะสมุย รูปแบบที่ใช้ในการออกแบบนี้จะเน้นในส่วนของการ update event และ promotion ต่างๆที่ทางบริษัทของลูกค้ามี

รูปแบบจะออกในแนว clean, modern, informative ดูสะอาดตา และน่าอ่าน เพราะกับรวมแนวทางในการติดต่อบริษัทลูกค้าได้อย่างดี

Newsletter เป็น Online Marketing แบบหนึ่งที่ทุกบริษัทไม่ควรละเลย อย่างน้อย เพื่อเป็นการอัพเดทข้อมูลข่าวสารต่างๆให้กับลูกค้าประจำ และลูกค้าขาดหวัง ได้อย่างดี

ระยะการส่ง Newsletter ควรส่งอย่างเดือนละครั้งเป็นอย่างน้อย Newsletter เป็นเครื่องมือดึงลูกค้าอย่างน่าทึ่ง ถ้าไม่มีเวลาจริงๆ ก็ให้ดีไซน์และทำไว้ และตั้งเวลาการส่งล่วงหน้า แบบเหนื่อยครั้งเดียว แล้วให้ระบบเป็นผู้ส่งคะ

ระบบในการส่ง newsletter มีเยอะมากจนเลือกไม่ถูก แต่ของทีมเราที่ใช้บ่อยก็จะเป็น ymlp ทั้งนี้เราได้มีการออกแบบไว้เรียบร้อย สร้างเป็นลิงค์ html ก่อนนำไปใส่ไว้ใน ymlp ที่เขาเตรียมไว้

newsletter design

"Email Newsletter Is Your Best Sales Tool"

ระบบของ newsletter ปัจจุบันมีระบบ tracking ให้เสร็จเรียบร้อย ฉะนั้นคุณจะเห็นเลยว่าใครทำอะไรกับ newsletter ของคุณบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเปิดอ่าน คลิ๊กไปยังเว็บไซต์ที่คุณลิงค์ไว้ หรือ unscribe newsletter ของคุณ

Newsletter ที่ได้รับความนิยม

1. www.mailchimp.com

2. www.campaignmonitor.com

3. www.emailbrain.com

4. www.streamsend.com

5. www.madmimi.com

เปอร์เซ็นต์ในการตอบรับของ Newsletter ที่ดีควรจะอยู่ที่ 1-5% ของจำนวนลูกค้าที่ส่งไป เช่นคุณส่งให้กับลูกค้าอีเมล์ 1000 คน ได้กับมา 10- 50 คน ก็ถือว่าใช้ได้เลยคะ

รูปแบบของ Newsletter ของ e-commerce ที่ดีต้องสั้นและกระทัดรัด ได้ใจความ และมีรูป Graphic ที่น่าสนใจ ดึงดูดให้คลิ๊ก

ส่วนรูปแบบของบริษัททั่วไปที่ไม่ได้เป็นแบบ e-commerce นั้นก็ควรจะสั้น กระทัดรัด ได้ใจความเช่นกัน ควรให้ความสำคัญกับรูปแบบเนอร์หลักให้มากๆ เพราะมันเป็นรูปแรก และรูปเดียวที่จะตัดสินให้ผู้ชมดู newsletter ของคุณต่อหรือไม่

ตัวอย่าง newsletter design ของเรา

ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมในการจัดทำ newsletter ติดต่อเราได้ที่ info@glypt.com ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาคะ

Share this
01 Oct

10 ตัวอย่างโลโก้สุดเจ๋งในรอบปีที่ผ่านมา

10 ตัวอย่างโลโก้สุดเจ๋งในรอบปีที่ผ่านมา

10 ตัวอย่างโลโก้สุดเจ๋งในรอบปีที่ผ่านมา

การออกแบบสัญลักษณ์โลโก้นั้นไม่ง่ายเลยที่จะได้ผลงานออกมาได้อย่างลงตัว เป็นเอกลักษณ์ และสัญลักษณ์ให้กับองค์กร อย่างถาวร จะออกแบบจะต้องใช้เวลาและความคิดไอเดียผสมกันออกมา แสดงถึงภาพลักษณ์ และลักษณะธุรกิจ วันนี้ผู้เขียนได้ค้นหา 10 ตัวอย่างโลโก้สุดเจ๋งในรอบปีที่ผ่านมา ที่คิดว่าได้ตอบโจทย์ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นได้อย่างลงตัวที่สุด

1. BarCode

glypt-BarCode-logo

BarCode เป็นโลโก้ที่เป๊ะมาก ลงตัวที่สุด ฟองแก้วเบียร์ กับลายบาร์โค๊ด ให้ไปเลยคะ 10/10

2. Commuter Network

glypt-Commuter Network-logo

Commuter Network ใช้สัญลักษณ์ที่ดูแล้วตอบโจทย์ได้ โลโก้แบบนี้สามารถเป็นที่จดจำได้อย่างแน่นอน

3. EDN

 

glypt-EDN-logo

บริษัท END ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับบริการเดินไฟ สายไฟช่างไฟ ผู้เขียนไม่แน่ใจที่แน่ชัดว่าเขาทำอะไรมากกว่านี้ แต่ที่แน่ๆคือเกี่ยวกับงานไฟแน่นอนคะ ออกแบบสายไฟออกมาให้อ่านเป็นคำว่า EDN สุดยอดคะ ความคิดคนออกแบบนี่สร้างสรรค์มากๆ

4. Horor Films

glypt-Horror Films-logo

คือชื่อ ก็บอกอยู่แล้วว่า Horror Films โลโก้น่ารักมาก และดึงดูดสายตามาก กไก่ล้านตัว  สุดยอดคะ ขอปรบมือรั่วๆ

5. Lab

glypt-LAB-logo

Lab นี่ก็ใช่เลย ให้ดูยังไงก็ไม่เบื่อ ยิ่งถ้าเปลี่ยนสีอื่นจะยิ่งสวยกว่านี้อีกนะจะบอกให้

6. Love Clip

glypt-loveclip-logo

โลโก้นี้ผู้เขียนชอบเป็นพิเศษเลยคะ ง่ายๆ โลโก้ไม่มีอะไรมาก แต่แฝงด้วยความสร้างสรรค์อย่างสุดๆ ความเรียบง่ายนี่แหละคะ ชนะเลิศทุกรายการ

7. Tomot Underwater Diving

glypt-Tomot-logo

โลโก้ Tomot นี่ให้ idea หางปลา (ฉลามมั้ง) มาดึงดูดสายตาของคุณคะ ใช่เลยมันดึงดูดจริงๆ

8. Turn

glypt-Turn-logo

Turn นี่ก็สวยมากคะ มีหลายบริษัทมากที่ใช้ชื่อนี้เป็นชื่อธุรกิจ แต่โลโก้ของบริษัทนี้เด่นสุด

9. Up

glypt-UP-logo

Up ก็เป็นอีกโลโก้ที่ผู้เขียนชื่นชอบมาก ดูแล้วดูอีก ก็ไม่เบื่อเช่นกัน

10. Wiesinger Music

glypt-Wiesinger Music Piano Service-logo

ผู้อ่านดูออกใช่ไหมคะว่าธุรกิจนี้ทำอะไร ชัดเจนที่สุด ฟอนท์ที่ใช้สวยมาก สอดคล้องกับตัวโลโก้ ลงตัวคะ

 

ยังมีอีกหลายโลโก้ที่อยากมาลง แต่ 10 ตัวอย่างโลโก้สุดเจ๋งในรอบปีที่ผ่านมาทั้งหมดนี้ก็คิดว่าเป็นตัวแม่ในวงการงานกราฟิก ออกแบบโลโก้มากเลยทีเดียว หากเพื่อนๆ มีโลโก้แนะนำให้ผู้เขียนลง ก็ส่งกันมาได้เลยที่นี่คะ

Share this
17 Sep

5 เว็บไซต์สุดเจ๋งที่ให้คุณดาวน์โหลดรูปได้ฟรีๆ

5-awesome-website-with-free-image

5 เว็บไซต์สุดเจ๋งที่ให้คุณดาวน์โหลดรูปได้ฟรีๆ
ง่ายมาก ไม่ต้องสมัครเป็นสมาชิก ก็สามารถดาวน์โหลดรูปมาใช้ได้เลย

หากคุณกำลังหารูปฟรีเพื่อมาใส่บนเว็บของคุณ แต่รู้สึกว่าหายากเหลือเกินไม่ก็มีลายน้ำ หรือไม่ก็ขนาดรูปเล็กเกินไป มีคุณภาพไม่พอ  หากไม่เช่นนั้นคุณก็ต้องสมัครเป็นสมาชิก และจ่ายค่าดาวน์โหลดเพื่อได้อย่างที่คุณต้องการ

แต่วันนี้ผู้เขียนมีเว็บดีๆ ทั้งหมด 5 เว็บไซต์สุดเจ๋งที่ให้คุณดาวน์โหลดรูปได้ฟรีๆ ไม่พอแถมรูปยังมีคุณภาพอีกด้วย มาเริ่มกันเลยดีกว่าคะ

 

1. Public Domain Archive

 

10 เว็บไซต์ที่ให้คุณดาว์นโหลดรูปได้ฟรีๆ

เว็บนี้เป็นแหล่งรวมรูปที่มีคุณภาพสูงจากหลายๆ ช่างภาพ จากหลายๆโดเมนรวมอยู่ในที่เดียวกัน ถ้าจะหารูปที่เหมือนกับ shutterstock คุณคงต้องผิดหวังคะเพราะความตั้งใจของเจ้าของเว็บนี้คือต้องการให้ผู้ที่ต้องการหารูปที่มีอยู่ทั่วไปแต่คุณภาพสูงไม่ต้องไปหาจากหลายๆ แหล่ง แค่มาที่เว็บนี้ที่เดียวเท่านั้น ง่ายๆ แค่นี้เอง

สิ่งที่ทาง Public Domain Archive เขาต้องการจากคุณคือ การสนับสนุนเขาทาง Google+ หรือเขียนบล๊อกเกี่ยวกับทางเว็บเขาเหมือนกับผู้เขียนกำลังทำ ณ ตอนนี้ 🙂 และให้เครดิตลิงค์ไปยังเว็บของเขานั้นเองคะ Sharing is Caring^^

 

2. Getrefe

Getrefe Free Image Download

Getrefe เป็นเว็บที่ส่วนใหญ่จะรวมภาพสถาปัตยกรรม หรือจำพวก Landscape เป็นส่วนใหญ่ เว็บนี้จะไม่มีการจัดกลุ่มประเภทของภาพ แต่ภาพที่ให้ดาวน์โหลดนั้นสวยๆทั้งนั้นเลยคะ เน้นภาพที่ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติ ของทางแทบยุโรป จากช่างฝีมือดีและใจดีหลายท่าน มาเสนอให้พวกเราได้ใช้กัน

 

3. Picography

 

Download Free Image by Picography

เว็บ Picography เป็นเว็บที่เรียบง่ายถึงง่ายที่สุด หน้าเว็บจะมีรูปเรียงกันลงมา คุณชอบรูปไหนคุณก็สามารถดาวน์โหลดรูปนั้นได้เลย รูปส่วนใหญ่เหมาะสำหรับดีไซน์เนอร์ที่ต้องการรูปเพื่อประกอบงานต่างๆ เว็บนี้มีระบบค้นหาคะ แต่ไม่มีเมนูแยกจำพวกอะไรให้ซับซ้อน หากใช้ของเขาก็ให้เครดิตเขาด้วยนะคะ เว็บดีๆ แบบนี้ต้องเก็บไว้นานๆ

4. Unsplash

 

Unsplash Free image download

Unsplash เป็นอีกเว็บหนึ่งที่รวบรวมภาพธรรมชาติ น้ำตก ภูเขา ต้นไม้ใบหญ้า หรือตึก เมือง landscape สวยๆ ไว้ให้เราได้ดาวน์โหลดกัน เว็บนี้จะนำภาพใหม่ๆและฟรีมาให้ดาวน์โหลดกันทุกๆ 10 วันเลยทีเดียว เลือกชม เลือกใช้กันตามสบายคะเจ้าของเขาไม่ว่า แต่ถ้าช่วยแชร์เว็บเขาด้วยก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่งคะ

 

5. Picjumbo

 

picjumbo free image download

เว็บ Picjumbo เป็นเว็บที่ให้อะไรมากกว่าเว็บอื่นๆ ภาพมีตั้งแต่ ภาพอาหารสวยๆ ไปจนถึงภาพคอมพิวเตอร์ มือถือ เหมาะมากๆสำหรับผู้ที่มีร้านอาหาร หรือ ทำธุรกิจเกี่ยวกับโภชนาการต่างๆ ไปประกอบการนำเสนอนะคะ รวมไปถึงผู้ที่ทำเว็บไซต์ งานกราฟิกดีไซน์ก็ใช้ประโยชน์จากเว็บนี้ได้ไม่น้อยเลยเช่นกัน ลองเข้าไปดูคะ ของเขาดีจริง^^

--------------------

วันนี้นำมาให้ชิมลางสัก 5 เว็บก่อนนะคะ วันข้างหน้าผู้เขียนจะนำมาลงให้เยอะกว่านี้ ขอบคุณสำหรับติดตามเว็บบล๊อคของเรา หากมีข้อเสนอแนะอยากให้ผู้เขียน เขียนเรื่องไหนแนะนำกันเข้ามาได้เลยคะ

สนใจตัดแต่งภาพ ออกแบบแบนเนอร์โฆษณาสำหรับธุรกิจคุณ สามารถติดต่อทีมงาน บริษัท กลิ๊พท์ จำกัดได้เลยเช่นกันคะ

“Imagination is more important than knowledge. For knowledge is limited to all we now know and understand, while imagination embraces the entire world, and all there ever will be to know and understand.” - Albert Einstein

Share this
14 Sep

สิ่งที่ต้องทำเบื้องต้นเมื่อเว็บไซต์ล่ม

สิ่งที่ต้องทำเบื้องต้นเมื่อเว็บไซต์ล่ม สำหรับคนที่มีเว็บไซต์ และได้ใช้งานมาสักระยะเวลาหนึ่งก็คงเคยเจอปัญหาเว็บ ดาวน์ เข้าเว็บ ไม่ได้มาบ้าง แต่หลายคนไม่รู้ถึงสาเหตุ read more

Share this
14 Sep
Untitled Document
Jump in now and give your business a boost!
Everything Need to Create an Exceptional Website